สปอนเซอร์ MotoGP: บุรีรัมย์และการสนับสนุนทีมแข่ง
อธิบายการสนับสนุนโมโตจีพีทั้งระดับรายการที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต และระดับทีมแข่ง พร้อมตัวเลขที่มีการรายงานและแนวทางสำหรับแบรนด์ไทย

สปอนเซอร์ MotoGP ในประเทศไทยมีสองระดับที่ต้องแยกให้ออก ระดับแรกคือการสนับสนุน "สนามและรายการ" อย่างการแข่งขันโมโตจีพีที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้สนับสนุนชื่อรายการ พันธมิตรของสนาม และพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว ระดับที่สองคือการสนับสนุน "ทีมและนักแข่ง" ซึ่งเป็นสิทธิบนรถแข่ง ชุดแข่ง หมวกกันน็อก และพื้นที่พิทของทีมที่เดินทางแข่งทั่วโลก บทความนี้อธิบายทั้งสองระดับ ตั้งแต่ประวัติสนามบุรีรัมย์ ดีลผู้สนับสนุนชื่อรายการ ผลทางเศรษฐกิจที่มีการรายงาน เส้นทางของนักแข่งไทย ไปจนถึงวิธีที่แบรนด์ไทยจะเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกอย่างมีเหตุผล
ตัวเลขทุกตัวในบทความมาจากรายงานข่าวที่ระบุแหล่งที่มา ข้อมูลมูลค่าสัญญาระหว่างผู้จัดการแข่งขันกับเจ้าภาพส่วนใหญ่ไม่มีการเปิดเผย เราจึงไม่คาดเดาตัวเลขเหล่านั้น
สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต: จุดเริ่มต้นของโมโตจีพีในไทย
สนามแข่งที่บุรีรัมย์มีชื่อทางการว่า Buriram International Circuit แต่ใช้ชื่อเชิงพาณิชย์ว่าช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ตามแบรนด์ช้าง ตามข้อมูลใน Wikipedia การก่อสร้างเริ่มเมื่อ 2 มีนาคม 2013 และเปิดใช้เมื่อ 4 ตุลาคม 2014 ออกแบบโดยแฮร์มันน์ ทิลเคอ (Hermann Tilke) และเป็นสนามแรกในไทยที่ได้มาตรฐาน FIA Grade 1 และ FIM Grade A สนามหลักยาว 4.554 กิโลเมตร มี 12 โค้ง
ก่อนโมโตจีพีจะมาถึง สนามแห่งนี้เคยจัดรายการระดับนานาชาติหลายรายการ เช่น ซูเปอร์ จีที ช่วงปี 2014–2019 เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ช่วงปี 2015–2019 และเอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์ ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยสร้างความพร้อมด้านการจัดงานและการรองรับผู้ชมจำนวนมาก ข้อมูลเดียวกันระบุว่า Dorna Sports ยืนยันการจัดโมโตจีพีที่สนามแห่งนี้เมื่อเดือนกันยายน 2017 ด้วยสัญญาสามปี และการแข่งขันครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2018 ในชื่อ PTT Thailand Grand Prix
ชื่อสนามเองก็เป็นกรณีศึกษาสปอนเซอร์ที่น่าสนใจ เพราะสนามถูกเรียกด้วยชื่อแบรนด์ในการสื่อสารเชิงพาณิชย์ทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่ในบางบริบท เช่น ฐานข้อมูลอ้างอิงหรือประเทศที่มีข้อจำกัดเรื่องการโฆษณาแอลกอฮอล์ ชื่อทางการที่ไม่ผูกกับแบรนด์ก็ยังถูกใช้อยู่ ผู้สนับสนุนที่ซื้อสิทธิชื่อสถานที่ระดับนานาชาติควรคาดการณ์ว่าชื่อเชิงพาณิชย์อาจไม่ปรากฏในทุกตลาด และควรนำปัจจัยนี้มาคำนวณมูลค่าสิทธิด้วย
ทำไมมาตรฐานสนามจึงสำคัญต่อผู้สนับสนุน
มาตรฐาน FIA Grade 1 และ FIM Grade A ไม่ได้มีความหมายแค่ด้านความปลอดภัยของนักแข่ง แต่ยังเป็นเงื่อนไขที่ทำให้สนามสามารถจัดรายการระดับโลกได้ สำหรับผู้สนับสนุน หมายความว่าการลงทุนกับสนามหรือรายการในสนามแห่งนี้มีโอกาสต่อยอดไปยังรายการระดับนานาชาติอื่น ๆ ในอนาคต ไม่ได้จำกัดอยู่ที่รายการเดียว ข้อมูลใน Wikipedia ระบุว่าสนามมีกำหนดจัด GT World Challenge Asia ในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งเป็นตัวอย่างของปฏิทินกิจกรรมที่หลากหลาย ผู้สนับสนุนสนามจึงได้การมองเห็นจากหลายรายการตลอดปี ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
บุรีรัมย์ในฐานะเมืองกีฬา
นอกจากสนามแข่งรถ บุรีรัมย์ยังมีช้าง อารีน่า สนามฟุตบอลความจุราว 32,600 ที่นั่งของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำให้จังหวัดมีโครงสร้างพื้นฐานกีฬาระดับนานาชาติสองแห่ง การมีสนามที่ได้มาตรฐานพร้อมกันหลายแห่งทำให้จังหวัดวางตัวเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเชิงกีฬาได้ตลอดปี สำหรับผู้สนับสนุน หมายความว่าการลงทุนในบุรีรัมย์ไม่ได้ผูกกับรายการเดียว แต่สามารถเชื่อมกับกิจกรรมกีฬาหลายประเภทในพื้นที่เดียวกัน
ผู้สนับสนุนชื่อรายการ: จาก PTT สู่ PT Grand Prix of Thailand
ตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2018 รายการโมโตจีพีในไทยมีผู้สนับสนุนชื่อรายการจากธุรกิจพลังงานมาตลอด ชื่อแรกคือ PTT Thailand Grand Prix และตั้งแต่ปี 2024 รายการใช้ชื่อ PT Grand Prix of Thailand ตามผู้สนับสนุนรายใหม่คือบริษัทพลังงาน PTG Energy โดย Bangkok Post รายงานว่าดีลนี้มีมูลค่า 300 ล้านบาท ระยะสามปีถึงปี 2026 และรายงานอีกชิ้นของ Bangkok Post ระบุว่าเฟร์ราน ฆุนการ์ (Ferran Juncar) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสปอนเซอร์ระดับโลกของ Dorna Sports กล่าวต้อนรับ PTG Energy ในฐานะผู้สนับสนุนชื่อรายการรายใหม่ และกล่าวว่าความร่วมมือนี้จะช่วยส่งเสริมโมโตจีพีในไทย
ผู้สนับสนุนชื่อรายการได้อะไร ในเชิงหลักการ ชื่อแบรนด์จะอยู่ในชื่อทางการของรายการ ปรากฏในการประชาสัมพันธ์ การขายตั๋ว กราฟิกถ่ายทอดสด และการรายงานข่าว นอกจากนี้มักได้สิทธิป้ายในสนาม พื้นที่ต้อนรับแขก และกิจกรรมในวันแข่ง สำหรับธุรกิจพลังงานที่ลูกค้าจำนวนมากเป็นผู้ใช้รถ รายการนี้ยังเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นผู้ชมหลักของการแข่งขันโดยตรง
2026: เปิดฤดูกาลที่บุรีรัมย์
ในปี 2026 รายการ PT Grand Prix of Thailand เป็นสนามแรกของฤดูกาล การแข่งขันสปรินต์จัดเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ และการแข่งขันหลักเมื่อ 1 มีนาคม 2026 ตามข้อมูลใน Wikipedia ผู้ชนะรุ่นโมโตจีพีคือมาร์โก เบ็ซเซคคี จากทีมอาพริเลีย การเป็นสนามเปิดฤดูกาลมีคุณค่าพิเศษสำหรับผู้สนับสนุน เพราะความสนใจของสื่อทั่วโลกสูงเป็นพิเศษในสัปดาห์แรกของฤดูกาล ทีมต่าง ๆ เปิดตัวสีรถและผู้สนับสนุนใหม่ และแฟนที่รอคอยมาตลอดช่วงพักฤดูกาลพร้อมติดตามทุกรายละเอียด
การต่อสัญญาถึงปี 2031
Sportcal และ GPOne รายงานเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2025 ว่าโมโตจีพีต่อสัญญากับไทยอีกห้าฤดูกาล ตั้งแต่ปี 2027 ถึง 2031 โดยมีการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นคู่สัญญาฝั่งไทย ทั้งสองแหล่งไม่ได้เปิดเผยค่าธรรมเนียม GPOne อ้างคำกล่าวของคาร์เมโล เอซเปเลตา ผู้บริหารสูงสุดของโมโตจีพีว่า "ตั้งแต่เราไปบุรีรัมย์ครั้งแรก ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ ก็เติบโตเป็นรายการที่สำคัญและน่าประทับใจมากขึ้นเรื่อย ๆ" ส่วน Sportcal รายงานว่า ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย อธิบายว่ารายการนี้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
สำหรับแบรนด์ สัญญาระยะยาวของเจ้าภาพหมายถึงความแน่นอนในการวางแผน ผู้สนับสนุนสามารถวางกลยุทธ์หลายปีได้ โดยไม่ต้องกังวลว่ารายการจะหายไปจากปฏิทินในปีถัดไป และอาจเจรจาสัญญาระยะยาวที่ได้เงื่อนไขดีกว่าสัญญารายปี
ผลทางเศรษฐกิจและผู้ชม: ตัวเลขที่มีการรายงาน
ภาครัฐมักอ้างผลทางเศรษฐกิจของโมโตจีพีเป็นเหตุผลในการเป็นเจ้าภาพ ข่าวจากสำนักข่าวแห่งชาติที่ Pattaya Mail เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2024 ระบุว่านายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ข้อมูลว่าการแข่งขันปี 2023 มีผู้ชมเกือบ 180,000 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 และมีการใช้จ่ายในพื้นที่มากกว่า 4,493 ล้านบาท ข่าวเดียวกันระบุว่าผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์คาดว่ารายการจะสร้างงานมากกว่า 6,426 ตำแหน่ง
ความต้องการตั๋วก็สะท้อนความนิยม Bangkok Post รายงานว่าตั๋วอัฒจันทร์หลัก 10,000 ใบสำหรับรายการปี 2024 ขายหมดภายใน 3 นาที 12.19 วินาทีหลังเปิดขายออนไลน์ และเจ้าหน้าที่จังหวัดคาดว่าจะมีผู้มาเยือนมากกว่า 200,000 คน รวมนักท่องเที่ยว ทีมแข่ง สื่อ และเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ตัวเลขผลทางเศรษฐกิจเป็นข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่รายงานผ่านสื่อ และวิธีการคำนวณไม่ได้เปิดเผยในรายงานดังกล่าว ผู้สนับสนุนจึงควรใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่การประมาณผลตอบแทนของตนเอง
สิ่งที่ตัวเลขเหล่านี้บอกผู้สนับสนุนคือ โมโตจีพีที่บุรีรัมย์ไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬา แต่เป็นเทศกาลที่ดึงคนจากทั่วประเทศและต่างประเทศมาอยู่ในพื้นที่เดียวกันหลายวัน ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง การชำระเงิน โทรคมนาคม และสินค้าอุปโภคบริโภค ล้วนมีโอกาสเข้าถึงผู้ชมกลุ่มนี้ ทั้งผ่านสิทธิอย่างเป็นทางการในสนาม และผ่านกิจกรรมในตัวเมืองที่ไม่ต้องใช้สิทธิของรายการ
ธุรกิจท้องถิ่นได้อะไรจากสัปดาห์การแข่งขัน
สำหรับธุรกิจในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง สัปดาห์โมโตจีพีคือช่วงที่ลูกค้าจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่พร้อมกัน ร้านอาหาร ที่พัก บริการรับส่ง ร้านค้าปลีก และสินค้าชุมชน ล้วนได้ประโยชน์ ข่าวจาก NNT ที่ Pattaya Mail เผยแพร่ยังกล่าวถึงบริการรถรับส่งที่ออกแบบให้สะท้อนวัฒนธรรมเกษตรของไทยเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน ซึ่งเป็นตัวอย่างการใช้รายการระดับโลกเป็นเวทีนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่น ธุรกิจท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องซื้อสิทธิอย่างเป็นทางการเพื่อได้ประโยชน์ แต่ต้องระวังไม่ใช้ชื่อหรือตราสัญลักษณ์ของรายการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจละเมิดสิทธิของผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ การร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น เช่น การจัดจุดบริการร่วมกับร้านค้าในเมือง หรือการสนับสนุนสินค้าชุมชนให้มีพื้นที่ขายในโซนแฟน ช่วยให้แบรนด์ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ และสร้างภาพของการเป็น "ผู้ร่วมพัฒนาจังหวัด" มากกว่าผู้มาเยือนชั่วคราว
คำถามที่ผู้สนับสนุนควรถามเจ้าของสิทธิรายการ
- สิทธิในหมวดสินค้าของเราว่างอยู่หรือไม่ และมีพันธมิตรระดับโลกของการแข่งขันในหมวดเดียวกันหรือไม่
- โลโก้และกิจกรรมของเราจะอยู่ในพื้นที่ใด และพื้นที่นั้นอยู่ในมุมกล้องถ่ายทอดหรือไม่
- มีข้อมูลผู้ชมจากรายการปีก่อนที่แยกตามกลุ่มอายุ ภูมิลำเนา และสัญชาติหรือไม่
- สิทธิครอบคลุมกิจกรรมนอกสนาม เช่น งานแถลงข่าวในกรุงเทพฯ หรือกิจกรรมในตัวเมืองหรือไม่
- หากรายการเปลี่ยนวันหรือยกเลิก จะชดเชยอย่างไร
สปอนเซอร์ทีมแข่งโมโตจีพีทำงานอย่างไร
การสนับสนุนทีมแข่งเป็นอีกโลกหนึ่งที่ต่างจากการสนับสนุนรายการในประเทศ ทีมโมโตจีพีเดินทางแข่งหลายประเทศต่อฤดูกาล ผู้สนับสนุนทีมจึงได้การมองเห็นในทุกสนาม ไม่ใช่เฉพาะสนามในไทย โครงสร้างสิทธิของทีมโดยทั่วไปมีลักษณะดังนี้
| ระดับสิทธิ | สิ่งที่ได้โดยทั่วไป | เหมาะกับแบรนด์แบบใด | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|---|
| ผู้สนับสนุนชื่อทีม (Title partner) | ชื่อแบรนด์อยู่ในชื่อทีม สีรถหลัก ปรากฏในทุกการสื่อสารของทีม | แบรนด์ระดับโลกหรือภูมิภาคที่ต้องการภาพลักษณ์ชัดเจน | ต้นทุนสูงที่สุด ผูกกับผลงานทีมโดยตรง |
| ผู้สนับสนุนหลัก (Primary sponsor) | โลโก้ตำแหน่งเด่นบนแฟริ่งและชุดแข่ง | แบรนด์ที่ต้องการการมองเห็นสูงโดยไม่ต้องเป็นชื่อทีม | ต้องตรวจสอบมุมกล้องที่โลโก้ปรากฏบ่อย |
| ผู้สนับสนุนร่วม (Associate sponsor) | โลโก้ขนาดเล็กบนรถ ชุด หรือรถบรรทุกและพิท | แบรนด์ที่เริ่มต้นหรือต้องการเชื่อมโยงกับมอเตอร์สปอร์ต | การมองเห็นจำกัด ควรเน้น activation |
| พันธมิตรด้านเทคนิค (Technical partner) | สิทธิเป็นผู้จัดหาน้ำมันหล่อลื่น ยาง ชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ | แบรนด์ที่สินค้าเกี่ยวข้องกับสมรรถนะโดยตรง | ต้องผ่านการทดสอบทางเทคนิคและกฎของการแข่งขัน |
| ผู้สนับสนุนนักแข่งส่วนตัว | โลโก้บนหมวกกันน็อก ชุดแข่ง หรือสินค้าส่วนตัวของนักแข่ง | แบรนด์ที่ต้องการเชื่อมกับบุคคล โดยเฉพาะนักแข่งจากประเทศของตน | ต้องไม่ขัดกับผู้สนับสนุนของทีม |
| ผู้สนับสนุนด้านการต้อนรับ | สิทธิใช้พื้นที่ต้อนรับแขก พาลูกค้าเยี่ยมชมพิท | ธุรกิจที่ต้องการดูแลลูกค้าองค์กรและคู่ค้า | วัดผลจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ไม่ใช่การมองเห็น |
รถแข่งโมโตจีพีมีพื้นที่จำกัดกว่ารถยนต์แข่ง โลโก้แต่ละตำแหน่งจึงมีมูลค่าต่างกันมากตามมุมกล้อง ตำแหน่งด้านข้างแฟริ่งและส่วนหน้าของรถมักปรากฏบ่อยในภาพถ่ายทอด ขณะที่ชุดแข่งของนักแข่งปรากฏทั้งบนรถ บนโพเดียม และในการสัมภาษณ์ หมวกกันน็อกเป็นพื้นที่พิเศษเพราะปรากฏในภาพระยะใกล้ และหลายครั้งเป็นพื้นที่ที่นักแข่งเลือกผู้สนับสนุนส่วนตัวได้เอง
เลือกทีมให้เหมาะกับแบรนด์
การเลือกทีมที่จะสนับสนุนควรพิจารณามากกว่าผลงานในสนาม ปัจจัยที่ควรดูได้แก่ ตลาดที่ทีมให้ความสำคัญ เช่น ทีมที่มุ่งพัฒนานักแข่งเอเชียจะมีฐานแฟนในภูมิภาคที่ตรงกับแบรนด์ไทย ภาพลักษณ์และค่านิยมของทีม ความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ ความพร้อมของฝ่ายดูแลผู้สนับสนุน และรายชื่อผู้สนับสนุนเดิมว่ามีหมวดสินค้าที่ขัดกันหรือไม่ ทีมที่มีนักแข่งจากประเทศที่แบรนด์ต้องการเข้าถึงก็มีมูลค่าพิเศษ เพราะสื่อในประเทศนั้นจะรายงานข่าวของนักแข่งอย่างใกล้ชิด
แบรนด์ควรขอดูตัวอย่างรายงานผลที่ทีมเคยส่งให้ผู้สนับสนุนรายอื่น เพื่อประเมินความเป็นมืออาชีพ และพูดคุยกับผู้สนับสนุนเดิมของทีมหากทำได้ ข้อมูลจากผู้ที่เคยทำงานกับทีมมาก่อนมักบอกได้ชัดกว่าเอกสารนำเสนอ
สิทธิในสนามเป็นของใคร
ข้อที่แบรนด์มือใหม่มักเข้าใจผิดคือ การสนับสนุนทีมไม่ได้ทำให้ได้ป้ายข้างสนาม เพราะพื้นที่ในสนามระหว่างการแข่งขันโดยทั่วไปอยู่ภายใต้การบริหารของผู้ถือสิทธิการแข่งขันและพันธมิตรระดับรายการ ขณะที่ทีมมีสิทธิในพื้นที่ของตัวเอง เช่น รถ ชุด พิท และสื่อของทีม แบรนด์ที่ต้องการทั้งสองอย่างจึงต้องเจรจาแยกกับทั้งสองฝ่าย และต้องตรวจสอบว่าไม่มีความขัดแย้งในหมวดสินค้ากับผู้สนับสนุนระดับรายการ
รายการระดับเอเชียเป็นบันไดของผู้สนับสนุน
ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่ต้องเริ่มจากโมโตจีพี มอเตอร์สปอร์ตมีบันไดหลายขั้น ตั้งแต่รายการเยาวชนอย่างเอเชีย ทาเลนต์ คัพ ซึ่งสมเกียรติ จันทรา เคยคว้าแชมป์ในปี 2016 ไปจนถึงรายการชิงแชมป์ระดับภูมิภาคอย่าง Asia Road Racing Championship ที่ข้อมูลใน Wikipedia ระบุว่ายังจัดที่สนามบุรีรัมย์ รายการเหล่านี้มีต้นทุนต่ำกว่ามาก ผู้ชมเป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริงในภูมิภาค และเปิดโอกาสให้แบรนด์เรียนรู้วิธีทำงานกับทีมแข่งก่อนลงทุนในระดับที่สูงขึ้น
อีกข้อดีคือแบรนด์สามารถสนับสนุนนักแข่งไทยรุ่นใหม่ตั้งแต่ต้นเส้นทาง หากนักแข่งพัฒนาขึ้นสู่ระดับโลก แบรนด์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จ และได้ความน่าเชื่อถือที่ผู้สนับสนุนรายใหม่ซื้อไม่ได้ ส่วนในกรณีที่นักแข่งไม่ได้ก้าวไปไกล แบรนด์ก็ยังได้การมองเห็นในกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ตเอเชียและประสบการณ์ในการทำ activation ด้วยงบที่ควบคุมได้
นักแข่งไทยกับโอกาสของผู้สนับสนุน
การมีนักแข่งไทยในรายการระดับโลกเพิ่มมูลค่าให้ผู้สนับสนุนไทยอย่างมาก เพราะสื่อไทยติดตามรายงานผลทุกสนาม และแฟนไทยมีเหตุผลส่วนตัวที่จะติดตามการแข่งขันในต่างประเทศ
สมเกียรติ จันทรา: เส้นทางจากเอเชียสู่โมโตจีพี
ตามข้อมูลใน Wikipedia สมเกียรติ จันทรา เกิดเมื่อ 15 ธันวาคม 1998 ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี เขาเป็นแชมป์รายการเอเชีย ทาเลนต์ คัพ ในปี 2016 ลงแข่งเป็นไวลด์การ์ดที่รายการไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ปี 2018 และจบอันดับเก้า จากนั้นแข่งในรุ่นโมโตทูกับทีมอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีมเอเชีย ช่วงปี 2019–2024 คว้าชัยชนะสองครั้งที่อินโดนีเซียในปี 2022 และญี่ปุ่นในปี 2023 ในปี 2025 เขาเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่ได้สัญญาแข่งในรุ่นโมโตจีพีกับทีม LCR Honda Idemitsu
เว็บไซต์ทางการของโมโตจีพีรายงานเมื่อ 30 กันยายน 2025 ว่าทีม LCR ยืนยันการแยกทางกับสมเกียรติหลังจบฤดูกาล 2025 และเขาจะย้ายไปแข่งเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ในปี 2026 ข้อมูลใน Wikipedia ระบุว่าเขาแข่งเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์กับทีมฮอนด้า HRC ในปี 2026 นอกจากนี้ Pattaya Mail ยังรายงานคำกล่าวของผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยในปี 2024 ที่ชื่นชมนักแข่งไทยทั้งสมเกียรติและธัชกร บัวศรี ซึ่งแสดงว่ามีนักแข่งไทยมากกว่าหนึ่งคนที่อยู่ในเส้นทางระดับนานาชาติ
บทเรียนสำหรับผู้สนับสนุน
เส้นทางของสมเกียรติแสดงให้เห็นบทบาทของ "ทีมพัฒนาระดับภูมิภาค" ทีมที่มุ่งพัฒนานักแข่งเอเชียและมีผู้สนับสนุนหลักที่ต้องการเข้าถึงตลาดเอเชีย สร้างเส้นทางจากรายการเยาวชนสู่รุ่นระดับโลก แบรนด์ไทยที่ต้องการลงทุนในมอเตอร์สปอร์ตอาจพิจารณาสนับสนุนนักแข่งตั้งแต่ระดับเยาวชนหรือรายการระดับเอเชีย ซึ่งต้นทุนต่ำกว่ามาก และหากนักแข่งก้าวขึ้นสู่ระดับโลก แบรนด์ก็จะได้เรื่องราวความผูกพันระยะยาวที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินในภายหลัง
อีกบทเรียนคือความไม่แน่นอน ที่นั่งในรุ่นโมโตจีพีมีจำกัดและการแข่งขันสูง นักแข่งอาจย้ายทีม ย้ายรายการ หรือบาดเจ็บได้ สัญญาผู้สนับสนุนนักแข่งส่วนตัวจึงควรระบุว่าสิทธิจะเป็นอย่างไรหากนักแข่งย้ายไปรายการอื่น เช่น จากโมโตจีพีไปเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ซึ่งยังเป็นรายการระดับโลกแต่มีกลุ่มผู้ชมและการถ่ายทอดต่างกัน
ขั้นตอนสำหรับแบรนด์ไทยที่ต้องการเข้าสู่สปอนเซอร์ MotoGP
- ตอบให้ได้ว่าต้องการตลาดไหน ถ้าเป้าหมายคือผู้บริโภคไทย การสนับสนุนรายการที่บุรีรัมย์หรือนักแข่งไทยอาจคุ้มกว่าการเป็นผู้สนับสนุนทีมระดับโลก ถ้าเป้าหมายคือตลาดต่างประเทศ ทีมที่แข่งทั่วโลกเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า
- แยกสิทธิรายการกับสิทธิทีม ศึกษาว่าใครถือสิทธิอะไร และมีผู้สนับสนุนหมวดเดียวกันอยู่แล้วหรือไม่
- เริ่มจากระดับที่เหมาะกับงบ เช่น ผู้สนับสนุนร่วม พันธมิตรด้านการต้อนรับ หรือผู้สนับสนุนนักแข่งในรายการระดับเอเชีย ก่อนขยายไปสู่ระดับที่สูงขึ้น
- ขอข้อมูลผู้ชมและสื่อ ทั้งยอดผู้ชมในสนาม ยอดผู้ชมการถ่ายทอดในไทย และสถิติโซเชียลมีเดียของทีมหรือนักแข่ง
- ตรวจสอบกฎหมายโฆษณาในทุกตลาดที่การแข่งขันออกอากาศ เพราะรายการระดับโลกออกอากาศหลายประเทศ แบรนด์บางหมวดอาจต้องปรับโลโก้ในบางตลาด
- วางแผน activation ในไทย เช่น กิจกรรมที่สถานีบริการ ร้านค้า หรือโชว์รูม ในช่วงสัปดาห์การแข่งขัน และกิจกรรมพบนักแข่ง
- เตรียมแผนการต้อนรับลูกค้า ใช้สิทธิพื้นที่ต้อนรับเพื่อดูแลคู่ค้าและลูกค้าองค์กร และวัดผลจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้น
- กำหนดตัวชี้วัดก่อนเริ่ม ทั้งการมองเห็น การรับรู้ในกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต และยอดขายที่ผูกกับกิจกรรม
- ทำสัญญาที่รองรับความไม่แน่นอน เช่น นักแข่งบาดเจ็บ ย้ายทีม หรือรายการเปลี่ยนวันจัด
- ทบทวนผลทุกฤดูกาล และตัดสินใจขยาย ปรับ หรือยุติดีลจากข้อมูล ไม่ใช่จากความรู้สึก
Activation และการวัดผลในมอเตอร์สปอร์ต
มอเตอร์สปอร์ตมีจุดแข็งเรื่องภาพลักษณ์ความเร็ว เทคโนโลยี และความแม่นยำ แบรนด์ที่สินค้าเกี่ยวข้องกับคุณค่าเหล่านี้ เช่น พลังงาน น้ำมันหล่อลื่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือโทรคมนาคม จะเล่าเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ แนวทาง activation ที่ใช้ได้ ได้แก่
- โซนแฟนในสนามและในเมือง เครื่องจำลองการขับขี่ จุดถ่ายรูปกับรถแข่ง และกิจกรรมครอบครัว
- แคมเปญที่จุดขาย เช่น ของที่ระลึกรุ่นพิเศษเมื่อซื้อสินค้าในช่วงสัปดาห์การแข่งขัน หรือการชิงตั๋วเข้าชม
- คอนเทนต์เทคนิค อธิบายวิศวกรรมของรถแข่งหรือการทำงานของทีมช่าง ซึ่งแฟนมอเตอร์สปอร์ตสนใจมาก
- กิจกรรมความปลอดภัยบนถนน เชื่อมความเร็วในสนามกับความรับผิดชอบบนถนน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในประเทศที่ใช้รถจักรยานยนต์มาก
- แพ็กเกจการเดินทาง ร่วมกับสายการบิน โรงแรม หรือบริษัททัวร์ สำหรับแฟนที่เดินทางมาบุรีรัมย์
กิจกรรมความปลอดภัยบนถนนเป็นประเด็นที่ผู้สนับสนุนมอเตอร์สปอร์ตในไทยควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ การสื่อสารที่ยกย่องความเร็วโดยไม่คำนึงถึงบริบทอาจถูกมองว่าไม่รับผิดชอบ ขณะที่การใช้ภาพลักษณ์ของนักแข่งมืออาชีพเพื่อส่งเสริมการสวมหมวกกันน็อกและการขับขี่อย่างปลอดภัยสร้างคุณค่าต่อสังคมและภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์
การต้อนรับลูกค้าองค์กร: สินทรัพย์ที่มักถูกมองข้าม
สำหรับแบรนด์ที่ขายให้ธุรกิจ เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วน ธนาคาร หรือบริษัทพลังงาน คุณค่าสำคัญของสปอนเซอร์มอเตอร์สปอร์ตอาจไม่ได้อยู่ที่โลโก้บนจอโทรทัศน์ แต่อยู่ที่โอกาสพาคู่ค้าและลูกค้าคนสำคัญมาสัมผัสประสบการณ์ในสนาม การได้เดินชมพิท พบนักแข่ง และชมการแข่งขันจากพื้นที่ต้อนรับ สร้างความประทับใจและบทสนทนาทางธุรกิจที่ยากจะเกิดในห้องประชุม การวางแผนที่ดีคือคัดเลือกแขกตามเป้าหมายทางธุรกิจ เตรียมกิจกรรมที่ให้เวลาพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติ และติดตามผลหลังงาน เช่น จำนวนการประชุมต่อเนื่องหรือดีลที่เกิดขึ้น ผลลัพธ์เหล่านี้ควรนับรวมในการประเมินความคุ้มค่าของดีลด้วย
ตัวชี้วัดที่เหมาะกับมอเตอร์สปอร์ต
การมองเห็นวัดจากเวลาที่โลโก้ปรากฏในการถ่ายทอดและภาพข่าว โดยแยกตามตำแหน่งบนรถหรือชุดแข่ง การรับรู้วัดจากการสำรวจกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ตก่อนและหลังฤดูกาล ผลทางธุรกิจวัดจากยอดขายช่วงแคมเปญ จำนวนผู้ร่วมกิจกรรม และมูลค่าธุรกิจที่เกิดจากการต้อนรับลูกค้า สำหรับดีลที่ผูกกับรายการในไทย ควรแยกผลช่วงสัปดาห์การแข่งขันออกจากช่วงอื่นของปี เพื่อดูว่ารายการส่งผลต่อยอดขายและการรับรู้มากเพียงใด
อีกตัวชี้วัดที่ควรติดตามคือการเติบโตของฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตในไทยเอง หากจำนวนผู้ชมในสนามและผู้ติดตามออนไลน์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มูลค่าของสิทธิที่แบรนด์ถืออยู่ก็เพิ่มขึ้นตาม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการต่อรองเมื่อต่อสัญญา
ใช้ประโยชน์จากรายการเปิดฤดูกาลให้คุ้มค่า
เมื่อรายการที่บุรีรัมย์เป็นสนามแรกของฤดูกาลอย่างในปี 2026 แผน activation ควรเริ่มก่อนสัปดาห์การแข่งขันหลายสัปดาห์ ช่วงที่ทีมเปิดตัวสีรถและนักแข่งเป็นจังหวะที่สื่อและแฟนให้ความสนใจสูง แบรนด์สามารถเปิดแคมเปญนับถอยหลัง จัดกิจกรรมชิงตั๋ว และปล่อยคอนเทนต์เตรียมความพร้อม เมื่อถึงสัปดาห์การแข่งขัน ให้เน้นประสบการณ์ในสนามและในเมือง และหลังการแข่งขัน ใช้ภาพและเรื่องราวจากสนามต่อยอดในช่องทางของแบรนด์ตลอดช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งแฟนยังติดตามผลการแข่งขันสนามต่อ ๆ ไปอย่างต่อเนื่อง
สัญญาและความเสี่ยงเฉพาะของมอเตอร์สปอร์ต
มอเตอร์สปอร์ตมีความเสี่ยงหลายอย่างที่กีฬาประเภทอื่นไม่มี สัญญาสปอนเซอร์จึงต้องคิดเผื่อมากกว่าปกติ
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ
นักแข่งอาจบาดเจ็บและพลาดการแข่งขันหลายสนาม อย่างที่ข้อมูลใน Wikipedia ระบุว่าสมเกียรติ จันทรา พลาดการแข่งขันสามสนามในปี 2025 จากการบาดเจ็บที่หัวเข่าระหว่างการซ้อมวิบาก สัญญากับนักแข่งควรระบุว่าสิทธิและค่าตอบแทนจะปรับอย่างไรเมื่อนักแข่งไม่ได้ลงแข่ง และแบรนด์ควรเตรียมแนวทางสื่อสารที่ให้กำลังใจโดยไม่ใช้เหตุการณ์อุบัติเหตุเพื่อการตลาด
การมองเห็นขึ้นกับผลงาน
การถ่ายทอดสดมักเน้นนักแข่งที่อยู่กลุ่มหน้า ทีมที่ผลงานไม่ดีอาจปรากฏในภาพถ่ายทอดน้อยกว่าที่คาด ผู้สนับสนุนควรพิจารณาเรื่องนี้ในการประเมินมูลค่า และอาจเจรจาโบนัสตามผลงานแทนการจ่ายค่าสิทธิคงที่ทั้งหมด ขณะเดียวกันควรลงทุนในคอนเทนต์ของทีมเองซึ่งไม่ขึ้นกับผลการแข่งขัน เช่น เบื้องหลังการทำงานของช่าง
การเปลี่ยนแปลงปฏิทินและกติกา
วันแข่งขันอาจเปลี่ยนได้ ดังเช่นรายการที่ไทยเคยจัดช่วงปลายปีก่อนขยับมาเป็นสนามเปิดฤดูกาลในปี 2026 แผน activation ที่ผูกกับช่วงเวลาหรือเทศกาลใดเทศกาลหนึ่งจึงต้องยืดหยุ่น สัญญาควรระบุว่าหากรายการเปลี่ยนวันหรือยกเลิก สิทธิจะถูกชดเชยอย่างไร
กฎหมายโฆษณาข้ามประเทศ
การแข่งขันระดับโลกออกอากาศในหลายประเทศที่มีกฎหมายโฆษณาต่างกัน กรณีชื่อสนามที่บุรีรัมย์ซึ่งมีการใช้ชื่อทางการในบางบริบทแทนชื่อเชิงพาณิชย์ เป็นตัวอย่างว่าข้อจำกัดด้านหมวดสินค้ามีผลจริงในเวทีนานาชาติ แบรนด์ควรตรวจสอบว่าโลโก้จะปรากฏได้ในตลาดใดบ้าง และเตรียมโลโก้เวอร์ชันสำรองหากจำเป็น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสปอนเซอร์ MotoGP
ใครเป็นผู้สนับสนุนชื่อรายการโมโตจีพีที่ไทย
ตั้งแต่ปี 2024 รายการใช้ชื่อ PT Grand Prix of Thailand ตามผู้สนับสนุน PTG Energy ซึ่ง Bangkok Post รายงานว่าเป็นดีลสามปีถึงปี 2026 มูลค่า 300 ล้านบาท ส่วนในปีแรก 2018 รายการใช้ชื่อ PTT Thailand Grand Prix
โมโตจีพีจะจัดที่บุรีรัมย์ถึงเมื่อไร
Sportcal และ GPOne รายงานในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าสัญญาได้รับการต่ออายุสำหรับฤดูกาล 2027–2031
แบรนด์ไทยขนาดกลางมีโอกาสในโมโตจีพีไหม
มี แต่ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ระดับทีมโลก ทางเลือกที่เหมาะกว่าอาจเป็นกิจกรรมในจังหวัดช่วงสัปดาห์การแข่งขัน การสนับสนุนนักแข่งในรายการระดับเอเชีย หรือการเป็นพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวและการต้อนรับ
การสนับสนุนทีมกับการสนับสนุนรายการต่างกันอย่างไร
การสนับสนุนรายการให้สิทธิในสนามและการสื่อสารของรายการในประเทศเจ้าภาพ ส่วนการสนับสนุนทีมให้สิทธิบนรถ ชุด และสื่อของทีมในทุกสนามทั่วโลก ทั้งสองแบบมีผู้ถือสิทธิต่างกันและต้องเจรจาแยกกัน
มีนักแข่งไทยในโมโตจีพีหรือไม่
สมเกียรติ จันทรา เป็นนักแข่งไทยคนแรกที่มีสัญญาแข่งในรุ่นโมโตจีพีในปี 2025 กับทีม LCR Honda Idemitsu ก่อนย้ายไปเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์กับฮอนด้า HRC ในปี 2026 ตามรายงานของเว็บไซต์โมโตจีพี
ตัวเลขผลทางเศรษฐกิจของรายการเชื่อถือได้แค่ไหน
ตัวเลขที่มีการรายงาน เช่น ผู้ชมเกือบ 180,000 คนและการใช้จ่ายในพื้นที่มากกว่า 4,493 ล้านบาทในปี 2023 มาจากหน่วยงานรัฐผ่านสื่อ โดยไม่ได้เปิดเผยวิธีคำนวณในรายงาน จึงควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ และผู้สนับสนุนควรวัดผลของตนเองแยกต่างหาก
สรุป
สปอนเซอร์ MotoGP ในไทยเติบโตจากรายการใหม่ในปี 2018 สู่รายการเปิดฤดูกาลในปี 2026 และมีสัญญาต่อเนื่องถึงปี 2031 ผู้สนับสนุนชื่อรายการจากธุรกิจพลังงาน ผู้ชมจำนวนมาก และนักแข่งไทยที่ก้าวสู่เวทีโลก ทำให้มอเตอร์สปอร์ตเป็นช่องทางที่แบรนด์ไทยควรพิจารณาอย่างจริงจัง กุญแจสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างสิทธิรายการกับสิทธิทีม การเลือกระดับที่เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณ การใส่ใจความปลอดภัยบนถนนในการสื่อสาร และการวัดผลอย่างเป็นระบบ
MST88 News จัดทำและเผยแพร่โดย MST88 เราติดตามและอธิบายเรื่องสปอนเซอร์กีฬาทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทีม นักกีฬา และผู้จัดการแข่งขันสามารถติดต่อเราได้ผ่านหน้า Partnerships
แหล่งอ้างอิง
- Wikipedia – Buriram International Circuit
- Wikipedia – 2026 Thailand motorcycle Grand Prix
- Bangkok Post – PTG to sponsor Thai GP
- Bangkok Post – 10,000 Thai GP tickets sold out in a flash
- Pattaya Mail – PT Grand Prix of Thailand 2024 at Chang International Circuit
- Sportcal – MotoGP renews Thai GP contract through 2031
- GPOne – Official: Thai GP confirmed until 2031
- Wikipedia – Chang Arena
- Wikipedia – Somkiat Chantra
- MotoGP.com – LCR confirm Chantra exit, Thai rider set for WorldSBK in 2026
MST88 News จัดทำโดย MST88 แบรนด์เกมออนไลน์และความบันเทิงด้านกีฬา (mst88.com) บทความของเราเป็นเนื้อหาเชิงบรรณาธิการเกี่ยวกับการสปอนเซอร์กีฬาเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ลิงก์ไปยัง mst88.com มีป้ายกำกับชัดเจนและเปิดในแท็บใหม่ เว็บไซต์ดังกล่าวสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น


